บทสัมภาษณ์ : นิตยสารรถวันนี้

ฉบับพิเศษวันนี้ ศูนย์รถยนต์มือสองที่จะพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมชมและทำความรู้จักก็คือ 19ศรีปกรณ์
ชื่อนี้อยู่ในวงการมากว่า30ปี ปัจจุบันตั้งอยู่บนถนนกัลปพฤกษ์ (ขาเข้า) ไม่ไกลจากสาทรและBTSวุฒากาศ
พอเรามาถึงก็เห็นรถยนต์มือสองจอดรายเรียงอยู่เกือบ100คัน ที่นี่มีทั้งรถญี่ปุ่น,รถยุโรป รถเก๋ง,รถกระบะ,รถตู้ ทั้งเก่า-ใหม่
วันนี้นับว่าโชคดีมากที่ได้มีโอกาสมาสัมภาษณ์นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอย่างคุณณัฐวุฒิ ไพศาลวิภัชพงศ์ หรือคุณณัฐ
ที่ทางเราติดต่อขอสัมภาษณ์มานานแต่ว่าคิวงานอาจจะไม่อำนวยนัก
วันนี้เราคงได้รู้จักกับคุณณัฐและ19ศรีปกรณ์ให้มากขึ้น ไปพบกับคุณณัฐได้เลยครับ
——————————-
รถวันนี้ : สวัสดีครับคุณณัฐ ช่วยกล่าวแนะนำถึงเต๊นท์19ศรีปกรณ์หน่อยครับ
คุณณัฐ : สวัสดีครับ 19ศรีปกรณ์ เราเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2532 ปีหน้านี้ก็เข้าสู่ปีที่29แล้วครับ
เราอยู่ในวงการรถมือสองมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ คือคุณปกรณ์กิจ และคุณแม่ สมศรี เป็นธุรกิจของครอบครัว
และผมมาสานต่อกิจการเป็นรุ่นที่2 โดยชื่อเต๊นท์ก็นำมาจากชื่อทั้ง2ท่านผู้เป็นคนบุกเบิก
แรกเริ่มเดิมทีเราทำกันแบบบ้านๆเลย คือ ยังไม่มีหน้าร้าน ซื้อมา-ขายไปแบบรถบ้าน ซึ่งถ้านับจริงๆเราอยู่ในวงการนี้มาเกิน30ปีแล้วครับ
———————–
รถวันนี้ : เห็นรถจอดมากกว่าสมัยก่อนเยอะเลย ธุรกิจรถช่วงนี้เป็นไงบ้าง
คุณณัฐ : ก็พอไปได้ครับ แต่ก็ยอมรับว่าสภาพเศรษฐกิจของไทยในปัจจุบันอาจจะอยู่ในช่วงกำลังซื้อถดถอย
เนื่องจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ เช่น ความไม่สงบในตะวันออกกลาง,การก่อการร้ายในระดับสากล,เชื้อไวรัสซิก้า ส่วนในประเทศเราเองก็เจอเรื่องราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ,น้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมถึงการจำกัดปริมาณนักท่องเที่ยวประเภททัวร์ศูนย์เหรียญ เลยทำให้ส่งผลกระทบในวงกว้าง
ผมได้คุยกับลูกค้าหลายๆคนที่แวะเวียนมาทั้งขายและทั้งซื้อต่างก็บ่นว่าเขาก็ขายไม่ดี
และยิ่งเดือนนี้คนไทยได้ทราบข่าวการสวรรคตของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่9ของพวกเราคนไทย ซึ่งเป็นความสูญเสียของพี่น้องคนไทยอย่างใหญ่หลวง ก็ยิ่งทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวเพราะประชาชนทุกคนทุกฝ่ายรวมถึงตัวผมต่างก็อยู่ในความโศกเศร้าไม่ต่างกัน
————————-
รถวันนี้ : แล้วคุณณัฐมีวิธีรับมือกับสถานการณ์เศรษฐกิจแบบนี้อย่างไรบ้าง
คุณณัฐ : ก็ต้องปรับตัวครับ และพยายามรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ให้ได้ ลูกค้าใหม่อาจจะลดน้อยลงไปตามภาวะ แต่ที่ยังอยู่กับเราคือลูกค้าเก่าหรือลูกค้าประจำ เราอยากให้เขานึกถึงเราเวลาต้องการเปลี่ยนรถหรือขายรถ ก็ต้องใส่ใจการบริการและดูแลลูกค้าให้ดี คัดรถสภาพดีๆมาให้ รวมทั้งมีรับประกันและบริการหลังการขาย
เขาก็จะนึกถึงเราหรือเวลาเขามีเพื่อน,มีญาติจะหารถมือสองดีๆซักคัน เขาก็จะมาหาเราเอง
—————————-
รถวันนี้้ : คุณณัฐ มีแผนที่จะขยายกิจการ หรือเปิดสาขาเพิ่มบ้างไหม
คุณณัฐ : เมื่อก่อนตอนเด็กๆเคยคิด แต่ตอนนี้คงไม่ เพราะเรานำหลักแนวคิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปรับใช้ในการทำธุรกิจ ที่เด่นชัดเลยก็เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คำว่าพอเพียงก็คือ อยู่แบบอุ้มชูตัวเองได้ , ไม่สร้างหนี้ , พึ่งพาตนเอง มีน้อยก็ใช้น้อยค่อยๆสะสม
แต่ก่อนเราได้ยินคำว่าเศรษฐกิจพอเพียง เราก็นึกว่าจะต้องไปทำเกษตรปลูกพืชปลูกผัก พอมาศึกษาจริงๆพบว่าไม่ใช่ให้ไปปลูกผัก เราจะทำงานอะไรก็ได้ แม้แต่เป็นพนักงานออฟฟิศหรือจะเป็นพ่อค้ารถก็เติบโตอย่างมั่นคงได้ ถ้าเราดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
อย่างรุ่นพ่อแม่ผมนี่เรียกว่าเริ่มจาก 0 เลย คือตั้งแต่ทุนยังไม่มี ก็เก็บเล็กผสมน้อยจนหัดเล่นรถมือสองก็ซื้อทีละคัน ได้กำไรมาก็สะสมมาซื้ออีกคัน จาก1คันเป็น5คัน จาก10คันเป็น20คัน จนทุกวันนี้ก็เกือบ100คัน แต่ว่าเรายังคงยึดหลักของความพอเพียงเหมือนเดิม มีเท่าไรก็ใช้เท่านั้น
ทุกวันนี้ก็ยังมีสถาบันการเงินหลายแห่งโทรมาตลอด ว่าจะให้วงเงินสินเชื่อกับเราจำนวนมาก ให้เราขยายธุรกิจเพราะเห็นว่าไปได้ดี เราต้องปฏิเสธไปตลอดเพราะเรายึดแนวทางของพระเจ้าอยู่หัว เราไม่อยากทำงานบนความเสี่ยง ทำแล้วเครียด ผมเห็นเพื่อนในวงการบางคน ซื้อรถได้เยอะ ขายรถได้เยอะจริงแต่หมดไปกับดอกเบี้ยในแต่ละเดือน ช่วงไหนขายไม่ดีก็ต้องขายขาดทุนเพราะต้องหมุนเงินให้ทัน ช่วงไหนขายดีก็เร่งหารถเข้า จนไม่ได้ใส่ใจคุณภาพ อย่างเราไม่ชอบสไตล์นั้นก็เลยทำแค่นี้ดีกว่า จะได้ควบคุมคุณภาพทั้งสภาพรถที่ซื้อเข้าและดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง แถมยังมีเวลาเหลือแบ่งให้ครอบครัวและทำประโยชน์เพื่อสังคมตามกำลังที่มีอีกด้วย
รถทุกคันที่ผ่านมือผม ผมก็ต้องลองขับเองทุกคัน จะได้รู้ว่าตรงไหนเสีย ตรงไหนต้องซ่อม ตรงไหนยังไม่ดีพอ เพื่อให้ถึงมือลูกค้าแล้วต้องพร้อมใช้งานทันที คือทุกวันนี้ทำงานก็ไม่คาดหวังว่าจะต้องรวยมากมายหรือต้องใหญ่ติดอันดับท็อป10ของกรุงเทพ เพียงแต่เรามีความสุขที่ได้ดู ได้เห็น ได้ศึกษาเรื่องรถรุ่นใหม่ๆที่เข้ามาในตลาดรถมือสอง
————————
รถวันนี้ : นอกจากเศรษฐกิจพอเพียงแล้วมีเรื่องไหนอีกครับที่ได้จากพระองค์ท่าน
คุณณัฐ : ตั้งแต่เด็กจนโต ผมเองก็เห็นพระองค์ท่านทำงานหนักโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เวลาผมท้อแท้จากการทำงานเมื่อระลึกถึงพระองค์ท่านก็รู้สึกมีพลังและหายเหนื่อย เพราะสิ่งที่เราทำอยู่ช่างเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่พระองค์ท่านทำ ขนาดว่าเราทำเพื่อตัวเองและคนในครอบครัวไม่กี่คนยังเหนื่อยขนาดนี้ พระองค์ท่านเป็นพระราชาแต่ต้องทรงงานหนักทุกวัน แถมยังทำงานเพื่อประชาชนนับล้านอีก คิดดูว่าท่านจะเหนื่อยขนาดไหน ก็เรียกว่าได้กำลังใจจากพระองค์ท่าน
————————-
รถวันนี้ : คือมีในหลวงเป็นต้นแบบ
คุณณัฐ : ก็เรียกได้ว่ามีพระองค์ท่านเป็นเหมือนครูคนหนึ่ง แต่เป็นครูที่พิเศษยิ่งกว่าเพราะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทำงานตลอดเวลา นอกจากได้กำลังใจก็คงจะเป็นเรื่องของวิธีการทำงาน พระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างของคนทำงานที่เรียกว่าใส่ใจและซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่ทำ
ถ้าเราทำงานใส่ใจในทุกเรื่อง สิ่งดีดีจะย้อนกลับมาหาเราเอง เราเป็นคนขายรถเราก็ต้องใส่ใจในเรื่องรถ คัดสภาพรถให้ดี บำรุงรักษาให้ดี และซื่อสัตย์ต่ออาชีพ อาชีพอย่างเราใครๆก็คิดว่าเป็นคนกลางคอยกินส่วนต่างหากำไร จริงๆคือทุกอาชีพต่างก็ต้องมีสิ่งตอบแทนการทำงาน
เพียงแต่ว่าในแวดวงรถมือสอง ใช่ว่าทุกๆคนจะรู้เรื่องรถ บางคนไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับรถ แต่จำเป็นที่ต้องซื้อหรือขายรถ
เราเป็นมืออาชีพตรงนี้ เราก็ช่วยเหลือลูกค้าได้ ด้วยทักษะความสามารถที่มี คือบางคนมีรถ จำเป็นต้องใช้เงิน แต่เขาไม่มีเวลารอแล้ว
บางคนอยากซื้อรถ แต่เขายังไม่มีเงินตอนนี้ ต้องรอขอสินเชื่อก่อน ซึ่งผมมองว่าเต๊นท์รถก็เป็นทางออกอย่างหนึ่งในระบบ
คือทำให้ทั้งคนอยากซื้อและคนอยากขายมาพบกันตรงกลาง ณ จุดที่พอดี ส่วนที่มองว่าเป็นกำไรของเราก็ต้องมี เพราะรถเอามาทุกคัน ต้องมีต้นทุน ต้องแต่ง ต้องซ่อม ต้องเพิ่ม ต้องเติม ซึ่งผมมองว่ามันก็แฟร์ดีสำหรับทุกฝ่าย
เพียงแต่ว่าต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า อย่างเราซื้อรถก็ต้องเข้าใจลูกค้า บางคนกำลังลำบาก เราก็ไม่อยากไปซ้ำเติมเขา ถ้าเราคำนวณแล้วบางทีไม่ขาดทุน ผมก็ยอมนะผมซื้อใจลูกค้า วันนี้อาจไม่กำไร วันหน้าเขามีเงินเขาอาจจะกลับมาให้เรากำไรก็ได้
เวลาขายก็ต้องซื่อสัตย์และจริงใจ อยากรู้อะไรเกี่ยวกับรถผมบอกหมด ให้ครบทุกรายละเอียด และพยายามคัดสรรสิ่งดีๆมานำเสนอให้เขา ผมเคยเห็นบางครอบครัวมาจากต่างจังหวัด มาดูรถคันนึงทีแทบจะยกกันมาทั้งหมู่บ้าน มาซื้อรถกระบะรุ่นเก่าแล้ว เขาบอกรวมเงินกันมาซื้อรถกระบะ ไว้ใช้เข้าออกหมู่บ้าน ทางไม่ค่อยดี เราก็เลยเลือกรถดีดีให้ไป พวกเขาก็ดูมีความสุขกันมาก แม้จะไม่ใช่รถใหม่หรือรถแพงอะไร วันออกรถก็เอาพวงมาลัยธูปเทียนมาทำพิธีกันหน้ารถ ยิ่งกว่าซื้อป้ายแดงซะอีก
เราได้เห็นได้สัมผัสเรื่องพวกนี้มาเยอะ บางทีก็มีความสุขไปกับลูกค้าเหมือนกัน ตั้งแต่นั้นก็เลยปฏิญาณตนว่าจะซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและอาชีพที่ทำ
—————————-
รถวันนี้ : ถ้ามีผู้อ่านที่สนใจอยากจะซื้อรถมือสอง คุณณัฐจะแนะนำยังไงดี ควรจะซื้อยี่ห้อไหนรุ่นไหนดี
คุณณัฐ : เป็นคำถามที่คนรอบๆตัวมักจะถามเสมอ เวลาเขารู้ว่าเราทำเต๊นท์รถมือสอง
คือจริงๆมันไม่มีคำตอบอะไรแบบนั้น แบบว่ามีคนชอบมาถาม รุ่นโน้นดีไหม รุ่นนี้ดีไหม ผมบอกเลยดีหมดแหละ ถ้าอะไรคุณชอบมันก็ดีไปหมด อะไรที่คุณไม่ชอบ ก็ไม่ดีสักอย่าง
รถทุกคันในโลกนี้ ล้วนเกิดจากมันสมองและการออกแบบของมนุษย์ ไม่มียี่ห้อไหนเลิศเลอเพอร์เฟคไปเสียทุกเรื่อง ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อล้วนมีจุดเด่นและจุดด้อย เพียงแต่จะมากจะน้อยหรือจะส่วนไหน แค่นั้นเอง คุณไม่สามารถเลือกรถที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกประเด็นหรอก เช่น คุณอยากได้รถใหญ่ๆไปกันเยอะๆ แต่บอกจะเอาประหยัดน้ำมัน มันเป็นไปไม่ได้ หรือคุณบอกจะเอารถที่แข็งแรงปลอดภัย แต่อะไหล่ถูกๆ มันก็ไม่มีอีก
เอาเป็นว่าท่านชอบสิ่งใด ท่านก็เลือกสิ่งนั้นเถิด แต่สำคัญที่ว่าท่านต้องศึกษารุ่นที่ท่านเล็งอยู่นั้นให้ละเอียดให้ถี่ถ้วน สมัยนี้ก็ง่ายหน่อยมีGoogle มีชมรม มีคลับกันแทบจะครบทุกรุ่นในตลาด ขาดเหลือสิ่งใดเข้าไปแชร์กันได้ รุ่นนี้ซ่อมที่ไหน อะไหล่ตัวนี้ขายที่ไหน เดี๋ยวนี้สบายขึ้นเยอะ

—————————–

รถวันนี้ : สุดท้ายนี้มีอะไรอยากฝากถึงท่านผู้อ่านบ้างไหม

คุณณัฐ : ก็ขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกๆคน ผมเชื่อว่าช่วงเวลานี้ทุกคนก็มีความรู้สึกเหมือนๆกันที่ต่างโศกเศร้า เพราะในหลวงก็เป็นเหมือนพ่อของคนไทยทุกคน
ตอนนี้พ่อไม่อยู่แล้ว แต่ชีวิตต้องเดินต่อไป ตัวผมเองก็ได้แนวพระราชดำริของในหลวงเป็นแนวทางในการทำธุรกิจมาตลอด ก็เลยก้าวข้ามปัญหามาได้
โดยส่วนตัวผมยังเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศเราอยู่นะ จริงๆพื้นฐานและความพร้อมของประเทศเราดี เพียงแต่ช่วงนี้อาจจะเจอมรสุมรุมเร้าเข้ามาหลายด้านไปหน่อย
เราคนไทยผ่านวิกฤตกันมาเยอะทั้งต้มยำกุ้ง , จลาจล , น้ำท่วมใหญ่ , แผ่นดินไหว , สึนามิ เราก็อยู่กันมาได้จนทุกวันนี้
ก็ขอเป็นกำลังใจให้คนไทย ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง รู้รักสามัคคี ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนไปอย่างสุดกำลังความสามารถ
แม้พระองค์ท่านจะจากไปแต่ก็ได้มอบมรดกไว้ให้พวกเราคือ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขอเพียงเราทุกคนเดินตามรอยเท้าพ่อและช่วยเหลือเกื้อกูลกันยามยาก เราก็จะผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน
———————————-
ท่านผู้อ่านที่สนใจรถมือสองสภาพดี ราคาไม่แพง ก็แวะมาเยี่ยมเยียนคุณณัฐและ19ศรีปกรณ์ ได้ทุกวัน 7.00 – 18.00น.
ริมถนนกัลปพฤกษ์(ขาเข้า) ติดคลองรางบัว แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพ โทร 02-458-8589
เข้าชมรูปรถได้ที่ www.19sp.com หรือค้นหาแผนที่โดยพิมพ์ “19ศรีปกรณ์” บน Google Map

%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-l %e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-r

en
logo

ณัฐ 089-688-9993
ศรี 089-111-1169
ปกรณ์ 081-619-5159

คุยกันง่ายๆที่ไลน์ id :
19SP